1. หน้าหลัก AroundBKK
  2. / บทความ
  3. / HEALTH & WELLNESS
  4. / 10 วิธีคลายเครียด เพื่อเพิ่มความสุขให้กับตัวเอง

10 วิธีคลายเครียด เพื่อเพิ่มความสุขให้กับตัวเอง

Published on สิงหาคม 8, 2022
SHARE

หลายคนกำลังมองหาวิธีคลายเครียด ไม่คิดมากกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต เพราะปัญหาความเครียดเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจแล้ว ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นก่อนที่จะสายเกินแก้ เราควรหาวิธีบรรเทาความเครียดที่กำลังเกิดขึ้นให้เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อนำไปลองปฏิบัติให้รู้สึกกลับมามีความสุขในชีวิตมากขึ้น และมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับปัญหาต่อไปได้

10 วิธีคลายเครียด เพื่อเพิ่มความสุขให้กับตัวเอง

ความเครียดเกิดจากอะไร?

ก่อนอื่นเราต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจก่อนว่าความเครียดเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สังคมรอบข้างในที่ทำงานหรือสถานศึกษา สภาพแวดล้อมรอบตัว สภาพเศรษฐกิจ หรือความเครียดนั้นอาจเกิดจากปัจจัยภายในที่สามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง เช่น ความกลัว ความวิตกกังวล หรือการคิดมากไปเอง

แนะนำ 10 วิธีคลายเครียดเพื่อเพิ่มความสุขให้กับตัวเอง

สำหรับวิธีคลายเครียดก็มีให้เลือกทำหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความชอบของแต่ละคน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็ไม่ใช่วิธีที่ยากจนเกินไป แต่เราเข้าใจว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคนด้วยเช่นกัน อย่างการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตจากที่เคยเป็น การลองพูดคุยปรึกษากับคนรอบข้างให้มากขึ้น ก็สามารถช่วยบรรเทาความเครียดกันได้ เราจึงได้รวบรวม 10 วิธีคลายเครียด มาให้ทุกคนได้ลองนำไปปฏิบัติตามกันดู โดย 4 วิธีแรกจะเป็น 4 วิธีคลายเครียด กรมสุขภาพจิต ดังนี้

1. คิดอย่างไรไม่ให้เครียด

ต้องยอมรับว่าเราทุกคนไม่ว่าจะรวยหรือจนต่างก็มีปัญหาเกิดขึ้นในชีวิต ลองฝึกให้กำลังใจตัวเองและคิดอยู่เสมอว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการท้าทายความมั่นคงของจิตใจว่าจะมีความทุกข์ใดที่มนุษย์ทนไม่ได้บ้าง ฝึกคิดถึงแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิต มีความหวังว่าเมื่อเราได้แก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถแล้ว ชีวิตจะกลับมาพบกับความสุขได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

2. เผชิญหน้ากับความเป็นจริงและคิดหาทางออก

ครอบครัวควรจะต้องมีเวลาให้กันเพื่อรับฟังเรื่องราวทุกข์สุขของคนในครอบครัว เพื่อร่วมมือหรือช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเท่าที่จะทำได้ ผู้ร่วมงานก็ควรที่จะหันมาปรึกษาหารือ ช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจให้กัน ให้พึงระลึกอยู่เสมอว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ ถ้าใจสู้ กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริง และร่วมมือร่วมแรงกันคิดหาทางออก ก็ย่อมเอาชนะปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน

3. หากิจกรรมที่ผ่อนคลายความตึงเครียด

ทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ เช่น ดูหนัง ดูซีรีส์ อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ฟังเพลง เล่นดนตรี หรือหางานอดิเรกทำ เช่น งานศิลปะ งานประดิษฐ์ ปลูกต้นไม้ ท่องเที่ยว หรือทำจิตใจให้สงบด้วยการสวดมนต์ ทำสมาธิ หรือฝึกวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น การฝึกหายใจ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น

4. อย่าเก็บความทุกข์ไว้ในใจคนเดียว

4 วิธีคลายเครียด กรมสุขภาพจิต สุดท้ายนี้คือ การปรึกษาหรือปรับทุกข์กับคนใกล้ชิด หรือคนที่เราสบายใจที่จะพูดคุยหรือเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้ฟัง เช่น คู่สมรส พ่อแม่ เพื่อนสนิท ญาติ เพื่อนร่วมงาน หรือใช้บริการปรึกษาทางโทรศัพท์ของกรมสุขภาพจิต (02 149 5555 ถึง 60 หรือสายด่วน 1323) หรือหน่วยงานเอกชนอื่น ๆ เช่น ศูนย์ฮอทไลน์สะมาริตันส์ เป็นต้น

5. ตื่นนอนและเข้านอนเวลาเดิมทุกวัน

การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอหรือการนอนไม่เต็มอิ่ม ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้น วิธีคลายเครียดที่ดีก็คือ ควรปรับการนอนโดยใช้วิธีเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมเป็นประจำทุกวัน เพื่อปรับนาฬิกาชีวิตให้กับร่างกายให้สมดุล เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะได้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า โดยช่วงเวลาเข้านอนที่แนะนำก็คือช่วงก่อน 22:00 น. แล้วตื่นประมาณ 5:00 – 6:00 น. ซึ่งการเข้านอนเป็นเวลาเป็นประจำทุกวัน จะทำให้การทำงานของฮอร์โมนในร่างกายเป็นปกติ โดยเฉพาะฮอร์โมนที่ช่วยลดความเครียดที่จะหลั่งออกมาในขณะหลับ อย่างเช่น เมลาโทนิน และ โกรทฮอร์โมน เป็นต้น

6. กินอาหารที่มีสารช่วยลดความเครียด

เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีสารอาหารที่ช่วยลดความเครียดได้ เช่น

  • อาหารที่มีโปรตีนสูงอย่าง ไข่ นม ถั่วเหลือง เนื้อสัตว์ มีทริปโตฟานที่ช่วยลดความเครียด และความวิตกกังวล ทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย
  • อาหารที่มีวิตามินบี 6 อย่าง ข้าวโอ๊ต ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ธัญพืช กล้วย แครอท อะโวคาโด ซึ่งจะช่วยสร้างสารสื่อประสาทที่สามารถลดอาการวิตกกังวลและซึมเศร้าได้
  • อาหารที่มีวิตามินบี 3 อย่าง ปลา เนื้อไม่ติดมัน ตับ จมูกข้าวสาลี ไข่ ถั่ว ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อเป็นปกติ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดอาการปวดหัว ช่วยให้นอนหลับ

และสารอาหารอื่น ๆ อย่างเช่น คาร์โบไฮเดรต พบได้มากในอาหารจำพวกแป้ง ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ฟลาโวนอยด์ พบได้มากในช็อกโกแลต ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกาย และกรดอะมิโนธีอะนีนที่พบมากในชาเขียว ช่วยลดภาวะเครียด และกระตุ้นการทำงานของสมอง เป็นต้น

7. หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดความเครียด

นอกจากจะเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์กันแล้ว ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดความเครียดด้วยเช่นกัน ดังนี้

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงแม้จะช่วยคลายเครียดให้กับเราได้ไม่กี่ชั่วโมง หรือเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น การดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งเสียต่อร่างกายของเราอีกด้วย
  • สารเสพติด ช่วยสร้างความสุขได้เพียงชั่วขณะ แต่ทำลายสุขภาพและทำให้ติดยาเสพติดได้
  • คาเฟอีน หากได้รับปริมาณมากเกินไป สมองจะถูกกระตุ้นและทำให้เกิดภาวะเครียดได้
  • อาหารที่มีโซเดียมสูง ถึงแม้จะทำให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น แต่ก็เป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดความเครียดได้โดยที่เราไม่รู้ตัว
  • อาหารที่มีไขมันสูง สามารถสร้างฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นความเครียด และยังทำให้ร่างกายเกิดโรคอ้วน และอาจมีปัญหาสุขภาพตามมา เป็นบ่อเกิดของความเครียดที่ไม่รู้จบ

8. แบ่งเวลาการทำงานและพักผ่อนให้ดี

เป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่กลับได้ผลจริง เพราะร่างกายจำเป็นต้องมีการพักผ่อนที่เพียงพอเพื่อให้สามารถทำงานต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ เราขอแนะนำให้สร้างตารางการทำงานแล้วเรียงลำดับความสำคัญ หรือความยากง่ายของงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อที่จะได้มองเห็นว่าควรให้ความสำคัญกับงานชิ้นใดก่อนหลัง และมีช่วงเวลาใดที่เราจะสามารถแทรกการพักผ่อนเพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมองลงไปได้บ้าง ไม่ควรทำงานทั้งวันโดยไม่มีการพักเพราะจะทำให้ร่างกายตึงเครียดมากเกินไป

9. อย่าจ้องหน้าจอนานเกินไป

ส่วนใหญ่การทำงานหรือการเรียนออนไลน์ ก็คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์รวมไปถึงหน้าจอมือถือ หรือแท็บเล็ตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ๆ นอกจากจะมีผลเสียต่อสายตาแล้วยังทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการเหล่านี้ก็จะทำให้ร่างกายเกิดความแปรปรวน รู้สึกไม่สบายตัวจนก่อให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน แล้วหาเวลาพักสายตาเป็นระยะ เพื่อบริหารดวงตาและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

10. คลายเครียดด้วยกลิ่นบำบัด (Aromatherapy)

เป็นศาสตร์ในการใช้น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากพืช สามารถช่วยบำบัดความเครียดได้เป็นอย่างดี ซึ่งในส่วนนี้แนะนำให้ใช้เพียงน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากพืชเท่านั้น เมื่อเราได้สูดกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยเข้าไป ก็จะช่วยให้คลายความเครียด ทำให้รู้สึกสบายตัว สงบ สดชื่น ผ่อนคลาย ลดความกระวนกระวายใจ และนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น โดยเราสามารถทำ Aromatherapy ได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์กระจายกลิ่นหอม สเปรย์อโรม่า การทำสปา หรือใช้เกลืออาบน้ำขัดผิวที่ผสมน้ำมันหอมระเหย เป็นต้น

หรือหลายคนอาจจะเลือกเป็นการจุดเทียนหอมก็ได้เช่นกัน เพราะปัจจุบันเทียนหอมหาซื้อง่าย ใช้งานสะดวก และมีกลิ่นให้เลือกมากมายอีกด้วย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราทุกคนล้วนแล้วแต่มีความเครียดด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น การเลือกใช้วิธีคลายเครียด วิตกกังวลวิธีใดวิธีหนึ่งที่เราได้แนะนำไปข้างต้น เพื่อจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นกับเราหรือคนที่เรารักนั้น จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและไม่ควรมองข้าม ลองหาเวลาและวางแผนชีวิตกันใหม่เพื่อเพิ่มความสุขให้กับตัวเองดูนะคะ

Related Blog

อัปเดตโรงพยาบาลทำ IVF 2567 สำหรับคุณแม่ที่มีบุตรยาก

HEALTH & WELLNESS

เปรียบเทียบ 10 บริษัท ซื้อประกันสุขภาพที่ไหนดีที่สุด ในปี 2567

HEALTH & WELLNESS

คนท้องย้อมผมได้ไหม คุณแม่อยากผมสวย ทำไงดี?

HEALTH & WELLNESS