1. หน้าหลัก AroundBKK
  2. / บทความ
  3. / WORK & THINGS
  4. / รวม 11 คำศัพท์ประกันรถยนต์ที่ควรรู้

รวม 11 คำศัพท์ประกันรถยนต์ที่ควรรู้

Published on มีนาคม 13, 2023
SHARE

สำหรับคนที่เพิ่งทำประกันรถยนต์เป็นครั้งแรก เชื่อว่ามีหลายคนมากที่ไม่ค่อยเข้าใจเวลาอ่านรายละเอียดของแผนประกัน หรือเวลาที่ฟังนายหน้าประกันอธิบายถึงประโยชน์ หรือรายละเอียดการเคลมต่าง ๆ เพราะประกันรถยนต์จะมีคำศัพท์เฉพาะที่ไว้ใช้อธิบายสิ่งต่าง ๆ ในประกันมากมาย

เพื่อให้คุณเข้าใจรายละเอียดของการทำประกันรถยนต์ได้ดีขึ้น ในบทความนี้ เราได้รวบรวม 11 คำศัพท์ที่มักพบในประกันรถยนต์มาให้แล้ว จะมีคำศัพท์น่าสนใจคำไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย!

11 คำศัพท์ที่คนทำประกันรถยนต์ต้องรู้

คำศัพท์เฉพาะที่คนทำประกันรถยนต์ควรรู้ไว้ มีดังนี้

1. กรมธรรม์ (Policy)

หมายถึง หนังสือสัญญาที่ออกโดยผู้รับประกันภัย (บริษัทประกันภัย) เป็นเอกสารที่แสดงเงื่อนไข และข้อตกลงระหว่างผู้ทำประกันภัยกับบริษัท เพื่อใช้เป็นหลักฐานข้อตกลง เงื่อนไข และความคุ้มครองตามสัญญา เช่น เบี้ยประกัน ทุนประกัน ประเภทของประกัน หรือวันครบกำหนดสัญญา

2. ผู้รับประกันภัย (The Insurer)

หมายถึง คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง หรือก็คือ “บริษัทประกันภัย” มีหน้าที่ในการพิจารณารับประกันภัย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดเหตุวินาศภัยขึ้นตามที่ระบุไว้ในสัญญา โดยการชดใช้ อาจเป็นเงินสด การซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม หรือการหาของชิ้นใหม่มาทดแทนก็ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

3. ผู้เอาประกันภัย (The Insured)

หมายถึง ผู้ซื้อประกันรถยนต์ หรือก็คือ “ตัวเรา” นั่นเอง โดยเราจะต้องชำระเบี้ยตามประกันสัญญา และเมื่อเกิดความเสียหายก็สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายจริงที่เกิดขึ้นจากบริษัทประกันได้

4. ทุนประกัน ทุนเอาประกันภัย หรือจำนวนเงินที่เอาประกันภัย (Sum Insured) 

หมายถึง จำนวนเงินสูงสุดที่ผู้รับประกันภัยจะต้องชดใช้ ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นกับรถยนต์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยจำนวนเงินที่ต้องชดใช้ จะไม่เกินไปกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา

5. เบี้ยประกัน (Premium)

หมายถึง จำนวนเงินที่เราต้องชำระให้แก่บริษัทประกันภัย เพื่อเป็นค่าทำประกันภัย ซึ่งจะต้องจ่ายให้ตรงตามเงื่อนไข เพราะหากไม่ชำระเบี้ยประกัน แล้วรถเกิดความเสียหาย ทางบริษัทประกันสามารถปฏิเสธจ่ายสินไหมทดแทนได้ โดยการชำระเบี้ยประกันจะมีให้เลือกจ่ายทั้งแบบรายปี และผ่อนสบาย ๆ แบบรายเดือน

6. ผู้รับผลประโยชน์ (The Beneficiary)

หมายถึง บุคคลภายนอกสัญญาประกันภัย ที่มีสิทธิ์เข้ารับค่าสินไหมตามข้อตกลงในสัญญา หรืออาจจะเป็นคนเดียวกับผู้เอาประกันภัยก็ได้

7. ค่าสินไหมทดแทน (Claim Amount)

หมายถึง ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นของผู้เอาประกัน เรียกร้องให้ผู้รับประกันชดใช้ โดยที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นไปตามที่กรมธรรม์ระบุไว้

8. ซ่อมห้าง

หมายถึง การอนุญาตให้นำรถไปซ่อมที่ศูนย์บริการของรถยนต์ยี่ห้อนั้น ๆ หรืออู่บริการที่คุณภาพมาตรฐานเทียบเท่า

9. เคลมสด

หมายถึง การเคลม ณ ที่เกิดเหตุ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยไปตรวจสอบทันที จะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • แบบที่มีคู่กรณี คือ การที่รถชนกันเอง โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด โดยฝ่ายที่ผิดอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกให้กับคู่กรณีก่อน
  • แบบไม่มีคู่กรณี คือ กรณีที่ผู้ถือประกัน ชนเข้ากับสิ่งของ หรือวัตถุจนเกิดความเสียหาย เช่น เสาไฟฟ้า ต้นไม้ เป็นต้น หากเป็นกรณีนี้ผู้เสียหายจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก

10. เคลมแห้ง

หมายถึง การแจ้งเคลมหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไปแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งไม่ควรเกิน 2-3 วัน และโดยส่วนมากจะเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ขับเฉี่ยว หรือชนเบาๆ โดยผู้เอาประกันจะต้องจำเหตุการณ์ให้แน่ชัดว่าชนกับอะไร วัน และเวลาไหน เพื่อแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน

11. ค่าเสียหายส่วนแรก

หมายถึง เงินค่าเสียหายที่ผู้เอาประกันรถจะต้องเป็นคนจ่ายก่อนเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งจะมีการระบุไว้ในตารางกรมธรรม์อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันผู้ที่แจ้งเคลมโดยที่ไม่มีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง เพื่อหวังซ่อมกับบริษัทประกันภัย

หวังว่า 11 คำศัพท์ประกันรถยนต์ที่เรานำมาแนะนำในบทความนี้ จะช่วยให้คุณมีความเข้าใจในการทำประกันภัยรถยนต์มากขึ้น สามารถพูดคุยสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ประกัน เมื่อต้องการทำประกันภัย หรือแจ้งเคลมประกันภัยได้อย่างชัดเจน ไม่มีข้อผิดพลาดอะไรที่จะนำไปสู่การเสียผลประโยชน์ได้


Related Blog

อัปเดตปฏิทินด่วน! รวมวันหยุด 2567 ตามแบงก์ชาติ

WORK & THINGS

กระโจนเข้าสู่ตลาด Forex ด้วยการลงทุนผ่านโบรกเกอร์ 

WORK & THINGS

รู้หรือไม่! ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งออนไลน์ โทษหนักกว่าที่คิด

WORK & THINGS