1. หน้าหลัก AroundBKK
  2. / บทความ
  3. / BEAUTY & SKINCARE
  4. / 5 อันดับออยล์ทาผิว น้ํามันทาบำรุงผิวชุ่มชื่น สุดปัง ประจำปี 2021

5 อันดับออยล์ทาผิว น้ํามันทาบำรุงผิวชุ่มชื่น สุดปัง ประจำปี 2021

Published on กรกฎาคม 16, 2021
SHARE

ความชุ่มชื้นในผิวนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะความชุ่มชื้นนี้จะทำให้ผิวมีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง ไม่ดูแห้งตึงและหย่อนคล้อย ทำให้เราต้องใส่ใจในการเลือกผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ผลิตภัณฑ์อย่าง น้ำมันออย หรือน้ำมันทาผิว จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการทำให้ผิวชุ่มชื้นแบบเร่งด่วน ทำให้เป็นไอเท็มที่สาวๆ ขาดไม่ได้เลย! แต่ในท้องตลาดมีแบรนด์น้ำมันออยสำหรับทาผิวอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วสาวๆ อย่างเราจะเลือกใช้ Body Oil ยี่ห้อไหนดี? วันนี้เราได้คัดสรรยี่ห้อน้ำมันออยสุดปังที่จะเพิ่มความชุ่มชื้นขั้นสุดให้สาวๆ เลือกใช้กัน จะมียี่ห้อไหนบ้างไปดูกันเลย!

5 อันดับออยล์ทาผิว
5 อันดับออยล์ทาผิว ประจำปี 2021

5 อันดับออยล์ทาผิวสุดปัง ประจำปี 2021

1.L’occitane Almond Supple Skin Oil

สำหรับตัวน้ำมันออยทาผิวตัวแรกของแบรนด์ L’occitane เป็นน้ำมันทาผิวจาก Almond Oil สุดพรีเมี่ยมที่ลงตัวในทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลิ่นที่หอมหวานเหมือนขนม เนื้อสัมผัสที่ทาลงผิวแล้วซึมหายไปทันทีไม่เหนียวแหนะหนะ และมอบความชุ่มชื้นขั้นสุดให้แก่ผิว เมื่อทาลงผิวไปแล้วให้ผิวที่ดูเงาสวยสุขภาพดี แถมยังเด่นในเรื่องการยกกระชับผิว ลบเลือนรอยแตก และมาในแพ๊คเกจขวดแก้วที่หรูหรา พร้อมหัวฉีดสเปรย์ที่ใช้ง่าย เหมาะกับทุกสภาพผิวแน่นอน

L’occitane Almond Supple Skin Oil
  • ข้อดี
  • 1. มีส่วนผสมพิเศษของอัลมอนด์ออยล์และคาเมลลินาออยล์ ช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวกระชับและนุ่มลื่นขึ้น
  • 2. เป็นสูตรเข้มข้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • 3. หัวฉีดแบบสเปรย์ใช้ง่าย
  • ข้อเสีย
  • ราคา 100ml. 2,190 บาท

2.Bath & Body Works Aromatherapy Body Oil

น้ำมันออยทาผิวสุดฮิต ที่เด่นดังเรื่องความบางเบา ไม่ต้องกลัวความเหนอะหนะอีกต่อไป จาก Bath & Body ที่เรื่องความหอมต้องยกให้เค้าเลย เพราะตัว Aromatherapy Body Oil นี้จะมีกลิ่นให้เลือกเยอะมากตั้งแต่ กลิ่นหอมวานิลาแบบขนม กลิ่นสาวหวานตระกูลดอกไม้ จนไปถึงกลิ่นหอมเย็นๆ แนวมิ้นท์และยูคาลิปตัส ออกมาเพื่อตอบโจทย์สาวๆ ทุกประเภท แต่ยังไม่หมดแค่นี้ เจ้าน้ำมันทาผิวตัวนี้ยังโดนเด่นด้านการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ดูอิ่มน้ำฉ่ำเด้งไปทั้งวัน ต้องรีบหามาใช้ให้ได้เลย!

Bath & Body Works Aromatherapy Body Oil
  • ข้อดี
  • 1. มีส่วนผสมของ Shea Butter และ Argan Oil ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น
  • 2. เนื้อผลิตภัณฑ์มีความบางเบาสูง ไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • 3. มีกลิ่นให้เลือกเยอะ
  • ข้อเสีย
  • ราคา  118 ml. ราคา 590 บาท

3.Tomford Beauty Soleil Blance Shimmering Body Oil

ต่อกันที่น้ำมันทาผิวแบรนด์ดังระดับโลกของ Tomford ตัวนี้ที่จะเปลี่ยนใจคนที่ไม่ชอบน้ำมันออยให้กลายเป็นหลงรักแน่นอน เริ่มจากตัวแพ๊คเกจน้ำมันออยที่มาในขวดใสสี่เหลี่ยมฝาสีทอง ให้ความรู้สึกที่หรูหราแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในน้ำมันออยยี่ห้อไหน และด้วยหัวฉีดสเปรย์ที่สามารถฉีดลงบนผิวได้โดยตรง ใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก อีกทั้งความโดนเด่นของเจ้าน้ำมันออยตัวนี้ก็ไม่แพ้หน้าตา เพราะด้วยเนื้อออยที่ละมุน แห้งง่าย ไม่ทิ้งคราบเหนียวไว้บนผิว อีกทั้งกลิ่นหอมติดทนเหมือนดั่งน้ำหอม พร้อมซิมเมอร์ที่กระจายตัวระยิบระยับบนผิวคุณ

Tomford Beauty Soleil Blance Shimmering Body Oil
  • ข้อดี
  • 1. เนื้อออยล์มีความละมุน บางเบา แห้งเร็ว ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว
  • 2. มีชิมเมอร์สีทองผมกับแพลตตินัมเพิ่มประกายระยิบระยับให้ผิว
  • 3. มีกลิ่นผสมกันระหว่าง white floral, golden และ amber-sandalwood ให้ความผ่อนคลาย
  • ข้อเสีย
  • ราคา 100 ml. 4,200 บาท

4.Chanel Coco Mademoiselle Velvet Body oil

Body Oil ยี่ห้อไหนดี ที่จะทำให้ผิวสุขภาพดีและฉ่ำวาวไปเท่าน้ำมันออยของตัว Coco Mademoiselle Velvet Body oil ของ Chanel ที่เหมือนเป็นน้ำมันที่โอบกอดลงไปบนผิวคุณ นุ่มนวลดุจกำมะหยี่ บางเบาและแห้งสบาย ซึมลงสู่ผิวได้ทันทีที่ใช้ พร้อมมอบกลิ่นหอมสดชื่นแบบทันสมัยของกลิ่นส้ม ผสมกับดอกกุหลาบและแพชชูลี่ จากน้ำหอมของ Coco Mademoiselle ให้ผิวที่ดูชุ่มชื้นที่ฉ่ำวาว สุขภาพดีเหมือนดื่มน้ำและพักผ่อนอย่างเพียงพอแน่นอน ใครที่ผิวแห้งตึงต้องลอง

ภาพจาก : http://ommorphiabeautybar.com/chanel-%C2%B7-huile-velours-coco-mademoiselle-intense/
  • ข้อดี
  • 1. เนื้อสัมผัสแบบ dry-oil texture มีความบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • 2. กลิ่นเดียวกับน้ำหอม Coco Mademoiselle ที่เป็นกลิ่นเอกลักษณ์ของชาแนล
  • 3. แพ็คเกจเป็นพลาสติกพกพาง่าย หัวฉีดสเปรย์ง่ายต่อการใช้งาน
  • ข้อเสีย
  • ราคา  200 ml. 2,650 บาท

5.Diptyque Satin Oil for Body and Hair

ไอเท็มสุดท้ายสำหรับน้ำมันออย ที่เป็นทั้งน้ำมันสำหรับทาผิวและเส้นผม ที่สุดแสนจะฮอตฮิต เอาใจสาวกน้ำหอมด้วย Diptyque Satin Oil for Body and Hair ที่โดดเด่นจากกลิ่นของดอกจัสมิน ให้ความหอมอ่อนโยน เหมือนแป้งกลิ่นแป้งที่ใครๆก็ชื่นชอบ และด้วยเนื้อออยที่ให้สัมผัสกำมะหยี่นี้จะมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวและเส้นผม พร้อมเนื้อบางบางซึมทันทีที่ฉีด สามารถฉีดเติมได้ตลอดทั้งวัน เหมาะเป็นไอเท็มลับที่พกพาติดตัวไปในทุกที

Diptyque Satin Oil for Body and Hair
  • ข้อดี
  • 1. ใช้ได้กับทั้งผิวกายและเส้นผม
  • 2. มีกลิ่นหอมของดอกจัสมินให้ความหอมแบบอ่อนโยน สบายจมูก
  • 3. เนื้อผลิตภัณฑ์เป็น Dry oil บางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ 4. ให้ความเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ปลอบประโลมและเสริมสร้างผิว เมื่อใช้กับผมแห้งจะช่วยฟื้นบำรุงให้ผมเงางามและสุขภาพดี
  • ข้อเสีย
  • ราคา 100 ml. 2,600 บาท

ผลิตภัณฑ์น้ำมันออยทั้งหมดที่เราแนะนำกันไปในวันนี้ จะมอบผิวที่สุขภาพดีดูฉ่ำน้ำแบบเร่งด่วนทันใจ พร้อมด้วยกลิ่นหอมที่ติดทนนาน แต่ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิวอย่างแน่นอน เพราะน้ำมันออยเป็นอีกไอเท็มลับที่มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยบำรุงผิว หวังว่าน้ำมันออยทั้งหมดนี้จะถูกใจทุกคน แต่หากอยากให้ได้ผลลัพธ์ของผิวที่ดีขึ้นอีกระดับ ควรใช้น้ำมันออยทาผิวขณะที่ผิวเปียกหมาดๆ เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มประสิทธิภาพ สาวๆ คนไหนที่ผิวแห้ง อย่าลืมหามาลองใช้กันนะ!

Related Blog

10 อันดับ ครีมกันแดด 7-11 แบบซอง ถูกและดีในราคาหลักสิบ

BEAUTY & SKINCARE

รวม 10 คลินิก ปลูกผมที่ไหนดี? รีวิวแน่นแบบจัดเต็ม!

BEAUTY & SKINCARE

ฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม? กี่วันหาย ต้องดูแลตัวเองยังไงบ้าง

BEAUTY & SKINCARE